Friday, January 9, 2015

วิธีดูแลสุขภาพง่ายนิดเดียว

                                                             วิธีดูแลสุขภาพง่ายนิดเดียว

1.ถ้ามื้อนั้นรับประทานเนื้อสัตว์ในปริมาณมาก ไม่ควรรับประทานผลไม้อีก เพราะกว่าเนื้อจะย่อยหมด
ต้องใช้เวลานาน ทำให้ผลไม้ที่ย่อยเสร็จไปเรียบร้อยแล้วถูกกักอยู่ในกระเพาะ
เกิดกรดในกระเพาะอาหารได้

2.การใช้พลาสติกใส่อาหารหรือปิดอาหาร รวมถึงใส่จานชามพลาสติกในไมโครเวฟ เพราะความร้อน
จะทำให้พลาสติกปนเปื้อนในอาหาร เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม

3. สำหรับ หนุ่มเจ้าสำราญ ที่ชอบปาร์ตี้หามรุ่งหามค่ำ ก็สามารถฟื้นฟูร่างกายได้ด้วยการนอนหลับ
ให้นานหน่อย อีกวิธีหนึ่งในการดูแลตัวเองคือมีแฟนเด็ก จะได้มีแรงกระตุ้นให้เราทำตัวเด็กตาม ต้อง
ดูดีตลอดเวลา เพราะฉะนั้นอบายมุข การเที่ยวกลางคืนก็เป็นอันต้องงด

4.รับประทานแอ๊ปเปิ้ลหนึ่งชิ้นหลังอาหาร ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำลาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการลดแบคทีเรีย
ในช่องปากและช่วยให้เหงือกแข็งแรง การรับประทานสับปะรดและมะละกอก่อนอาหารประมาณ 2-3 ชิ้น
 ดีต่อกระเพาะอาหารเพราะมีเอนไซน์ซึ่งช่วยย่อย จึงเท่ากับช่วยให้กระเพาะย่อยอาหารมื้อหลักที่
ตามลงมา
ได้ง่ายขึ้น

5.การออกกำลังกายด้วยการยกน้ำหนักและพิลาทิส ควบคู่กันไปจะช่วยพัฒนาความแข็งแรงของปอด
และหัวใจ รวม ถึงความแข็งแรงและยืดหยุ่นของโครงสร้าง และการรับประทานอาหารมื้อย่อยๆ 5 มื้อ
ต่อวัน โดยมื้อกลางวันจะเน้นอาหารประเภทโปรตีนเพียง 1 มื้อ นอกนั้นเน้นผักและผลไม้
จะทำให้มีพลังงานที่พอเหมาะในการใช้งาน และไม่ทิ้งไขมันส่วนเกินสะสม

6.เสียงเพลงมีอิทธิพลต่ออารมณ์ของคนเรา ยิ่งดนตรีมีจังหวะเร็วเท่าไรก็ยิ่งกระตุ้นให้รับประทานอาหาร
มากขึ้นเท่านั้น

7.ผู้ที่รับประทานไข่เป็นเวลา 8 อาทิตย์ลดน้ำหนักได้มากกว่าผู้ที่ไม่รับประทานถึง 65 เปอร์เซ็นต์
 และรอบเอวลดลงเกือบสองเท่า เพราะผู้ที่รับประทานไข่รู้สึกอิ่มกว่าการรับประทานขนมปัง
ทำให้รับประทานอาหารกลางวันและอาหารเย็นน้อยลง


8.เมื่อ มีอาการเท้าและข้อเท้าบวมให้นั่งยองๆ ทุกวันๆ ละ 15 นาที แล้วขยับข้อเท้าไปข้างหน้าและ
ข้างหลัง เพื่อช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้ดีขึ้น หลัง จากนั้นใช้แปรงที่ขนทำจากวัสดุธรรมชาติ
แปรงผิวหนังเบาๆ เริ่มบริเวณฝ่าเท้าซึ่งเป็นศูนย์รวมของเส้นประสาททั่วร่างกาย แล้วค่อยๆ
 ปัดไล่ขึ้นมาที่ข้อเท้า น่อง ต้นขา ท้อง แขนไปจนสุดที่มือทั้งสองข้าง  จากนั้นอาบน้ำอุ่นแล้วตามด้วย
น้ำเย็น จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น


9.การไอเรื้อรังอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะที่แพทย์สั่งเพื่อรักษาอาการหวัดไม่สามารถ
ฆ่าเชื้อไวรัสได้ ให้ ใช้วิธีที่สุดแสนธรรมดาแต่ได้ผลมากกว่าคือ ดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อลดเสมหะ
ในทางเดินหายใจ อมยาอมให้ลำคอชุ่มชื่นอยู่ตลอดเวลา และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานอย่างมี ประสิทธิภาพ แค่นี้ก็หายแล้ว


10.ความเครียดเป็นตัวการทำลายผิวที่ร้ายแรงที่สุด ฉะนั้นเราต้องปรับความคิดใหม่
และใช้ร่างกายเราอย่างทะนุถนอมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม
หาเวลาออกกำลังกายบ้าง และรับประทานอาหารดีๆ

11.การ นอนดึกคืนวันศุกร์-เสาร์แล้วตื่นสายในวันเสาร์-อาทิตย์ ทำให้นาฬิกาชีวภาพของร่างกาย
ตั้งเวลาตื่นใหม่ เมื่อถึงวันจันทร์จึงมีอาการอิดเอื้อนไม่อยากตื่น ทั้งยังทำให้ขาดสมาธิในการทำงาน
หรือเรียนหนังสืออีกด้วย



12.การดื่มน้ำปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็วอาจก่อให้เกิดสภาวะน้ำเป็นพิษ เนื่อง จากเลือดเจือจาง
ร่างกายจึงขับโปแตสเซียมออกจากเซลล์เพื่อปรับสมดุลระหว่างน้ำในเซลล์และนอก เซลล์
ผลที่ตามมาคือเป็นตะคริว กล้ามเนื้อเกร็ง หากเกิดอาการเกร็งที่สมอง หัวใจ หรือปอด
จะทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ แต่ไม่ต้องกังวลจนเกินไป เพราะหากดื่มน้ำทีละเล็ก
ทีละน้อยแม้ดื่มมากกว่าปกติก็ไม่เป็นอันตรายเพราะไตจะขับออกมาเป็นปัสสาวะ
และถ้าเมื่อไรมีอาการจุกนั่นแสดงว่าดื่มน้ำมากไป ควรหยุดได้แล้ว
 

Thursday, December 18, 2014

ดื่มน้ำไม่พอ...ปัญหาสุขภาพจะมาเยือนโดยไม่รู้ตัว

                                     ดื่มน้ำไม่พอ...ปัญหาสุขภาพจะมาเยือนโดยไม่รู้ตัว





           น้ำ ส่วนประกอบสำคัญของร่างกายซึ่งเป็นสิ่งที่คนเราไม่สามารถขาดได้ เพราะแม้แต่ในเซลล์ที่เล็กที่สุดของร่างกายก็ยังมีน้ำเป็นส่วนประกอบ ดังนั้นการขาดน้ำจึงเป็นสิ่งที่อันตรายต่อคนเราอย่างมากเลยล่ะค่ะ เพราะไม่เพียงแต่ทำให้รู้สึกกระหายแต่ยังส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพของเรา อีกด้วย
           การดื่มน้ำในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อร่างกายจะทำให้เกิดความเสี่ยงปัญหา สุขภาพได้มากมาย นั่นเป็นเพราะน้ำช่วยขับของเสียในร่างกาย เมื่อร่างกายขาดน้ำ ไตก็จะไม่สามารถขับของเสียได้ ทำให้ของเสียเหล่านั้นจับตัวกันเป็นนิ่วในไตและถ้าขาดน้ำยังทำให้ระบบขับ ถ่ายทำงานผิดปกติ นอกจากนี้น้ำยังช่วยเจือจางเลือดไม่ให้เข้มข้นจนเกินไป และป้องกันเกล็ดเลือดแข็งตัว ซึ่งเป็นสาเหตุของการหัวใจวาย

ระบบการเผาผลาญหยุดชะงัก

           การศึกษาในปี 2010 ซึ่งถูกตีพิมพ์ในหนังสือ The Water Secret ของดอกเตอร์ Howard Murad พบว่าคนที่มีระบบการเผาผลาญที่ ดี มีสาเหตุมาจากปริมาณน้ำในร่างกายที่มีอย่างเพียงพอ ซึ่งการดื่มน้ำอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจะทำให้อัตราความเร็วใน การเผาผลาญอาหารขณะที่พักเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับคนที่ดื่มน้ำน้อย หรือดื่มน้ำไม่เพียงพอ
แก้ไขปัญหาได้ยากขึ้นแม้จะเคยทำมาแล้วก็ตาม

           การศึกษาของ King College ในปี 2011 พบว่าภาวะขาดน้ำ ส่งผลกระทบต่อสมองของวัยรุ่นโดยตรง เพราะเมื่อขาดน้ำ สมองจะทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้แม้แต่ปัญหาที่ต้องพบเจอเป็นประจำก็อาจจะแก้ไขได้ยากขึ้น ไม่เหมือนเวลาที่สมองได้รับน้ำอย่างเพียงพอ แต่อาการเหล่านี้จะหายไปก็ต่อเมื่อสมองได้รับน้ำอย่างเพียงพอค่ะ

รับประทานมากขึ้นผิดปกติ

           การศึกษาในปี 2010 กับคน 45 คน โดยสถาบันวิจัยด้านสาธารณสุขและน้ำพบว่า ผู้ที่ดื่มน้ำอย่างน้อย 450 มิลลิลิตร ก่อนรับประทานอาหาร จะทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง 75 -90 แคลอรี่ เมื่อเทียบกับคนที่ดื่มน้ำน้อยซึ่งจะรับประทานมากขึ้น นอกจากนี้ผู้ที่ดื่มน้ำมาก ๆ จะ จะสามารถลดน้ำหนักลงได้กว่า 5 ปอนด์ (2.3 กิโลกรัม) ภายในเวลา 3 เดือน ซึ่งมากกว่าผู้ที่ไม่ยอมดื่มน้ำอีกด้วย

ผิวพรรณหย่อนคล้อยและหมองคล้ำ

          มีการศึกษาหนึ่งพบว่า น้ำมีส่วนสำคัญในการทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และดูอ่อนเยาว์ ซึ่งหากเกิดภาวะขาดน้ำ หรือดื่มน้ำไม่เพียงพอติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ก็จะทำให้ผิวพรรณเกิดริ้วรอย ดูแก่ก่อนวัย นอกจากนี้ยังทำให้ผิวพรรณหมองคล้ำลงอีกด้วยล่ะค่ะ

หงุดหงิดง่าย


          การดื่มน้ำไม่เพียงพอจนทำให้ร่างกายเกิดการขาดน้ำ เป็นสาเหตุทำให้อารมณ์แปรปรวนได้ โดยการศึกษาในปี 2009 ซึ่งทำการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างผู้ที่ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง 60-75 นาทีโดยไม่มีการดื่มน้ำ และกลุ่มที่มีการดื่มน้ำอย่างเพียงพอ พบว่าผู้ที่มีภาวะขาดน้ำ จะเกิดอาการอ่อนเพลีย สับสน หงุดหงิด และมีอาการซึมเศร้ามากกว่ากลุ่มที่มีการดื่มน้ำอย่างเพียงพอค่ะ

          การดื่มน้ำไม่เพียงพอส่งผลเสียขนาดไหน หลาย ๆ คนก็คงจะได้ทราบกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ เพราะฉะนั้นทางที่ดี เรามาดื่มน้ำกันให้มากขึ้นดีกว่า ดื่มน้ำเยอะ ๆ นอกจากจะดีกับร่างกายแล้วยังทำให้สดชื่นอีกด้วยนะ อ๊ะ ๆ แล้วอย่าหลงคิดว่าดื่มน้ำอะไรก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ เพราะยังไงก็ไม่มีเครื่องดื่มชนิดใดที่ดีกับร่างกายไปมากกว่าน้ำเปล่าแล้ว เอาล่ะ อ่านจบแล้ว รีบไปหยิบน้ำเปล่ามาดื่มกันเลย





ขอบคุณข้อมูลจาก www.kapook.com