Monday, March 30, 2015

ผลเสียของนอนมากเกิน

                                                ผลเสียของนอนมากเกิน




          มนุษย์ทุกคนต้องนอนหลับ ข้อเท็จจริงนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะร่างกายของเราจะทำการซ่อมแซมและสร้างเสริมส่วนที่เสียหายก­­­็ในช่วงเวลาการนอนหลับนี่ล่ะค่ะ ซึ่งเราก็มักจะได้ยินว่าการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นสาเหตุของโ­­­รคภัยต่าง ๆ ได้ แต่ก็ใช่ว่าทราบกันแล้วจะพาลไปนอนกันให้มากกว่าเดิมล่ะ เพราะการนอนพักผ่อนมากจนเกินไปก็ส่งผลเสียได้เหมือนกัน

1.ทำร้ายสมอง

          การศึกษาในปี 2012 ที่ทำการศึกษาเรื่องการนอนหลับในกลุ่มหญิงสูงวัย ได้แสดงให้เห็นว่าการนอนห­ลับมากหรือน้อยจนเกินไปจะทำให้การทำงานของสมองแย่ลง โดยผู้หญิงที่มีการนอนหลับมากกว่าวันละ 9 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า 5 ชั่วโมง สมองจะเปลี่ยนแปลงจนมีการทำงานที่แย่ลงภายในเวลาเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น

2.เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน

          แม้ว่าการนอนหลับไม่เพียงพออาจส่งผลทำให้เป็นโรคเบาหวานได้ แค่การนอนหลับมากเกินไปก็เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวานด้วยเช่นกัน­­­ โดยในการศึกษาหนึ่งพบว่าการนอนหลับมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน จะเพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ โดยอาจทำให้ความทนทานต่อน้ำตาลในร่างกายลดลงภายในเวลา 6 ปี แม้ว่าจะมีการควบคุมมวลร่างกายเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม

3.เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ

           สมาคมหัวใจแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาได้เปิดเผยผลการวิจัยในการประ­­­ชุมประจำปี 2012 ว่าการนอนหลับมากกว่าวันละ 8 ชั่วโมงสามารถส่งผลให้ความเสี่ยงโรคหัวใจเพิ่มขึ้นได้ โดยในการวิจัยได้การศึกษากับอาสาสมัครกว่า 3,000 คน และพบว่าคนที่นอนหลับนานกว่าปกติจะมีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัว­­­ใจตีบมากกว่าคนที่นอนหลับอย่างเหมาะสมถึง 2 เท่า และมีความเสี่ยงมากกว่า 1.1 เท่าที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

4.เกิดภาวะมีบุตรยาก

          การนอนหลับที่มากเกินไปสามารถทำให้เกิดภาวะการมีบุตรยากได้ โดยข้อเท็จจริงนี้มาจากการศึกษาในประเทศเกาหลีใต้เมื่อปี 2013 โดยในการศึกษาได้ทำการวิจัยกับผู้หญิงมากกว่า 650 คนที่ใช้วิธีการทำเด็กหลอดแก้ว และพบว่า อัตราการตั้งครรภ์จะสูงมากที่สุดในกลุ่มผู้หญิงที่นอนหลับวันละ­­­ 7 - 8 ชั่วโมง แต่ในกลุ่มผู้หญิงที่นอนหลับวันละ 9 - 11 ชั่วโมง จะมีอัตราที่น้อยกว่ามากหรืออาจจะไม่มีเลย


          แต่ถึงอย่างไรก็ตามการศึกษานี้ก็ยังไม่ได้ค้นพบว่าปัจจัยในเรื่­­­องเวลาของการนอนหลับมีความเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน เพียงแต่การนอนหลับพักผ่อนในระยะเวลาที่เหมาะสมจะทำให้นาฬิกาชี­­­วิต และระบบการทำงานของฮอร์โมนรวมทั้งรอบเดือนเป็นไปได้อย่างปกติทำ­­­ให้มีผลดีต่อผู้ที่ต้องทำการผสมเทียมที่จะมีร่างกายที่พร้อมแล­­ะ­แข็งแรงค่ะ

5.เพิ่มความเสี่ยงโรคซึมเศร้า 

        การศึกษาในปี 2014 ที่ซึ่งทำการศึกษากับแฝดคู่หนึ่งพบว่า การนอนหลับมากจนเกินไปจะไปเพิ่มอาการของโรคซึมเศร้าได้ โดยในการศึกษาได้แบ่งให้อาสาสมัครคนหนึ่งนอนหลับวันละ 7 ชั่วโมง และอีกคนให้นอนหลับ 9 ชั่วโมง ซึ่งผลออกมาว่าผู้ที่นอนหลับคืนละ 7 ชั่วโมงจะมีสัดส่วนของอาการของโรคซึมเศร้าเพียง 27 % แต่คนที่นอนหลับวันละ 9 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นจะมีอัตราส่วนอาการเพิ่มขึ้นถึง 49 % เลยทีเดียว




        อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วย ยาเกร็กคู ยาที่มีประโยชน์ทำจากสมุนไพรไม่มีสารตกค้างในร่างกายผู้หญิงทานได้ผู้ชายทานดี ได้รับรางวัล ธุรกิจและผลิตภัณฑ์ดีเด่นแห่งปี ประจำปี 2558 จากสภาเคลือข่ายสถาบันส่งเสริมพัฒนาธุรกิจและเศรษฐกิจแห่งประเทศไทย

http://www.grakcudonmuang.com/product/101/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B9-%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2

Saturday, March 14, 2015

มะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายรักษาได้

โรคมะเร็งเต้านม ระยะสุดท้าย รักษาได้

           มะเร็งที่พบมากเป็นอันดับหนึ่งในผู้หญิงไทย และผู้หญิงทั่วโลก ในทุกๆ 1 นาทีจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านม 1 ราย สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ องค์การอนามัยโลก (Globocan) เปิดเผยสถิติจากการสำรวจในปี 2555 พบว่ามีผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมทั่วโลกทั้งสิ้นราว 6,255,000 ราย สำหรับประเทศไทยนั้นพบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งเต้านม กว่า 54,000 ราย และในทุกๆ 2 ชั่วโมงจะพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านม รายใหม่ถึง 3 ราย ซึ่งยังไม่นับรวมผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่ยังตรวจไม่พบ หรือยังไม่ได้เข้ารับการรักษา

ผู้หญิงไทยมีอัตราการเสียชีวิต จากโรคมะเร็งเต้านมถึงวันละ 14 ราย มะเร็ง เต้านมจึงเรียกได้ว่าเป็นภัยร้ายใกล้ตัวที่ผู้หญิง ทุกคนควรระวังและเรียนรู้วิธีการดูแลตัวเองให้ ห่างไกลโรค เมื่อเป็นแล้วก็ต้องรู้จักรักษาให้ ถูกต้องกับสายพันธุ์ของมะเร็งที่เป็น เพื่อยืดอายุให้มีชีวิตอยู่เติมเต็มความสุขในครอบครัวได้ยาวนานยิ่งขึ้น

สาเหตุ

สาเหตุของโรคมะเร็งเต้านมนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าพันธุกรรมมีส่วนสำคัญ ซึ่งพบว่าคนที่มีญาติสายตรงเป็นโรคมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่จะมีความ เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม สูงกว่าคนปกติทั่วไป นอกจากนั้น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ใช้ฮอร์โมนเสริม รับประทานอาหารขยะ สัมผัสย่าฆ่าแมลง การปล่อยตัวให้อ้วน รวมถึงการไม่ออกกำลังกาย และพฤติกรรมการใส่ เสื้อชั้นในที่ไม่เหมาะสม เช่น ใส่เสื้อชั้นในนานเกินวันละ 20 ชั่วโมง ล้วนแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงในการก่อตัวของมะเร็งเต้านม ดังนั้นผู้หญิงทุกคน จึงควรรับการตรวจมะเร็งทุกปี และหากตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมแล้ว ควรตรวจให้แน่ชัดว่า เป็นสายพันธุ์ใด เพื่อรับการรักษาให้ตรงตาม เป้าหมาย เพราะหากรู้ก่อนมีโอกาสรักษาให้ หายได้

 มะเร็งเต้านมมี 3 สายพันธุ์ใหญ่ 

 คือ 1. สายพันธุ์ตอบสนองต่อฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งเป็นประเภทที่พบมากที่สุด 

      2.สายพันธุ์เฮอร์ทู พบได้ประมาณ 20% ของมะเร็งเต้านมทั้งหมด 

      3.ชนิดไตรโลปะที่ยัง ไม่ทราบสาเหตุชัดเจน พบได้ประมาณ 15% ของมะเร็งเต้านมทั้งหมด 

         ผู้ป่วยที่เคยเป็นมะเร็งเต้านมและได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติแล้ว ยังคงมีโอกาสกลับมาเป็นมะเร็งเต้านมได้อีก เพราะความผิดปกติของยีนส์บางอย่างในร่างกาย หรือจากสาเหตุบางประการ เช่น การหลงเหลือของเซลล์มะเร็งต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์ ในร่างกาย รวมถึงการดื้อยาที่แพทย์สั่ง การได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้อง ล่าช้า และภูมิคุ้มกัน ในร่างกายต่ำ 

ระยะเวลาเฝ้าระวังการ กลับมาเป็นซ้ำหลังจากรักษาประมาณ 12 ปี ซึ่งการกลับมาเป็นซ้ำมี 3 รูปแบบใหญ่ๆ คือ

1.การกำเริบเฉพาะที่ 

2.การกำเริบในบริเวณข้างเคียง

3.การกำเริบแบบมีการแพร่กระจาย ซึ่งการรักษาในกรณีที่มีการกำเริบและแพร่ะกระจายไปยังอวัยวะอื่นนั้นมักหวัง ผลเพื่อยืดชีวิตของผู้ป่วย รักษาคุณภาพชีวิต และบำบัดอาการของโรคเป็นหลัก

          ปัจจุบันยาฉีดเพื่อรักษาโรคมะเร็งเต้านมสายพันธุ์เฮอร์ทู ได้ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งในสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ และประเทศอื่นๆ รวมกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้รักษาผู้ป่วยได้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นอกจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทาง การแพทย์ที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมมีชีวิตยืนยาวขึ้นแล้ว การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเอง ตลอดจน กำลังใจจากคนใกล้ชิดก็ยังคงมีส่วนสำคัญในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมควรมาพบแพทย์ตามนัด และรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง รักษาสุขภาพกาย และใจให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ โดยควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม รับประทานผัก ผลไม้ให้มากขึ้น และลดอาหารจำพวกเนื้อแดง รวมถึงเนื้อที่ผ่านการแปรรูป หลีกเลี่ยงการสัมผัสรังสี ออกกำลังกาย งดการดื่มแอลกอฮอล์ งดการสูบบุหรี่ และทำจิตใจให้สดชื่น เข้มแข็ง เพื่อให้มีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคและมีชีวิตอยู่กับคนที่รักให้นานที่สุด


http://www.grakcudonmuang.com/product/104/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87


              สรรพคุณ : แก้ปวดประจำเดือน มดลูกหย่อน ปวดน่วง เสียวท้องน้อย ผู้หญิงที่มีบุตรยาก กระชับช่องคลอดแทนการทำรีแพร นํ้าหล่อเลื่นแห้ง ดับกลิ่นถภายในช่องคลอด เป็นซีสท์ ขับนํ้าคาวปลาแทนการอยู่ไฟหลังคลอด ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ ลดอาการวัยทอง เช่น หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ ช่วยให้ผิวพรรณเนียน ผิวกระจ่างใส สีผิวไม่สมํ่าเสมอ ลดริ้วรอย ลบเลือนฝ้า เพิ่มเสน่ห์แบบสาวแรกรุ่น และยังช่วยในส่วนของการเสริมสร้างกระดูก ป้องกันกระดูกผุ กระดูกเปาะ กระดูกพรุน กระดูกบาง